วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มหัศจรรย์ความงามของน้ำตก Nachi Fall วากายามะ

Nachi Fall น้ำตกที่สูงที่สุด และใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ที่สูงถึง 133 เมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จัดได้ว่าสวยมากๆ ในญี่ปุ่น และบริเวณน้ำตกยังมีศาลเจ้า Kumano Nachi Taishai แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า หนึ่งในมรดกโลก อยู่ใกล้ๆ ยิ่งทำให้รู้สึกอยากจะไปเที่ยวสักครั้ง

คุมาโนะ (Kumano) ตั้งอยู่ครอบคลุมจังหวัดในญี่ปุ่นคือ Wakayama, Nara และ Mie จุดเริ่มต้นของเส้นทางแสวงบุญนี้ เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 11 เป็นช่วงที่เริ่มมีการเดินทางแสวงบุญมายัง Kumano โดยสมเด็จพระจักรพรรดิค่ะ และภายหลังจากนั้นจึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเดินทางมาดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
     
   คุมาโนะ โกโดะ (Kumano Kodo) นั้นเป็นเส้นทางสำหรับการเดินทางไปที่คุมาโนะ ซานจัง (Kumano Sanzan) ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้าทั้งสามแห่งในคุมาโนะ คือ Kumano Hongu Taisha, Kumano Hayatama Taisha และ Kumano Nachi Taisha ค่ะ ถ้าจะมองให้เห็นภาพชัดๆ ก็จะประมาณได้ว่าเส้นทางบุญนี้คล้ายๆ กับการมาไหว้พระ 9 วัดในบ้านเรานั่นเอง

     


         ปัจจุบันคุมาโนะ โกโดะได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของฉากวัฒนธรรมระหว่างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของมนุษย์และธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้น จึงได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมาก และการถูกสืบทอดผ่านวันเวลามาช้านานในสภาพที่ดี ทำให้องค์การยูเนสโกก็ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีพ.ศ. 2547


แหล่งที่มา: Sean Pavone / Shutterstock.com





แหล่งที่มา:http://travel.trueid.net/detail/53396
แหล่งที่มา: http://travel.trueid.net/detail/41842


นั่งรถไฟเลียบหุบเขา สวิตเซอร์แลนด์ เยือนเมืองจักรยาน Zermatt พิชิตเขาสูง Matterhorn

Zermatt เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังคงรูปแบบของอาคารสิ่งก่อสร้างแบบเดิมๆ ไว้ ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ มีตรอกซอยซอยเล็กๆ ให้เดินลัดเลาะผ่านมากมาย และมีความปลอดภัยสูงมาก ที่นี่มีประชากรอาศัยกันไม่มากเท่าไหร่ ประมาณ 6,000 คนเท่านั้น ด้วยความที่เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว และสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ อาชีพหลักของคนในเมืองจึงเป็นพนักงานโรงแรม และร้านอาหาร แต่แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวเขาก็มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดีโดยให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก เท่าที่เดินเล่นแค่ไม่กี่นาทีก็รับรู้ถึงอากาศที่สะอาดปลอดโปร่ง เชิญชวนให้สูดลมหายใจลึกๆ เป็นที่สุด

คงมีเพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้ที่จะชวนให้เรารู้สึกอยากสูดลมหายใจให้เต็มปอด กรองเอาอากาศแสนบริสุทธิ์ให้ซึบซับในทุกอณูของร่างกาย หนึ่งในนั้นคงจะต้องเป็นที่เมือง “Zermatt” (เซอร์แมตส์) เมืองเล็กน่ารักที่อุดมไปด้วยมิตรไมตรี บนความสูง 1,620 เมตร บริเวณเชิงเขา Matterhorn (แมทเทอร์ฮอร์น) หนึ่งในยอดเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
แน่นอนว่าเมืองที่อยู่ใกล้เขา Matterhorn มากที่สุดก็คือเมือง Zermatt ที่เราจะพาคุณไปเที่ยวกันในครั้งนี้นั่นเองครับ โดยจะต้องเดินทางไปด้วยรถไฟสาย Glacier Express รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก ที่จะแล่นผ่านภูมิประเทศที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ วิ่งไปสุดสายที่เมือง Zermatt นั่นเอง แต่จะได้ชมความงามกันมากมายขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณไปขึ้นชานชาลาที่เมืองไหนนั่นเอง ครั้งนี้เราขึ้นที่ชานชาลาของเมือง Tasch (ทาซ) ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่อยู่ใกล้ Zermatt



แหล่งที่มา: http://travel.trueid.net/detail/41943

ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ

ฮัลล์สตัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์สตัทท์เทอร์ ซี (Hallstatter See) ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย สำหรับความโดดเด่นของเมืองนั้น สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ก็คือความเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่มีอากาศแสนบริสุทธิ์ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเดินทางมาพักผ่อนตากอากาศ และชมทัศนียภาพสวยๆ ของตัวเมืองที่ถูกโอบล้มไปด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูงตระหง่าน
    เมืองริมทะเลสาบ เมืองชนบทเล็กๆเดินเล่นในวันแดดจ้า แต่อากาศเย็นสบาย
ภาพจาก Hallstatt, Austria : ohlovelyday
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังสามารถเดินทางไปชม เหมืองเกลือโบราณ (Salzwelten) ที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี โดยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ที่ชันมาก และแล่นเร็วมาก เพื่อไปยังเหมืองเกลือที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร หรือใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น สำหรับการเที่ยวชมเหมืองเกลือนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน เดือนตุลาคมของทุกปีๆ
นอกจากนั้นการเดินตามริมทะเลสาบก็มีหงส์ว่ายน้ำเล่น ร้านค้า ร้านอาหารสวยงาม (ทุกที่ประดับดอกไม้ได้งดงาม จนเราเดินลืมวันลืมคืน) จนอยากมีบ้านที่นี่ซักหลัง

แหล่งที่มา: http://travel.mthai.com/world-travel/62903.html
ข้อมูลจาก Tnews.co.th,
ดูภาพเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ http://www.hallstatt.net/about-hallstatt/

ป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

 ป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาว เปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่ เป็นป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย


จากหมู่บ้านที่ต้องเผชิญความลำบาก ก่อนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงโปรดเกล้าให้พัฒนาจนกลายเป็น โครงการหลวงหมู่บ้านวัดจันทร์เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของราษฏร กระทั่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกในปัจจุบัน ไฮไลต์สำคัญคือสัมผัสความอลังการของป่าสนใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพลิดเพลินกับหลากสีสันของใบไม้งามตามธรรมชาติ เช่น ใบเมเปิ้ลสีแดงส้ม ที่พร้อมใจผลัดใบในช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ของทุกปี ใกล้กันมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่หากมาเยือนในยามเช้า จะได้ยลสายหมอกแห่งความหนาวจับกลุ่มลอยฟุ้งเหนือผิวน้ำ ปกคลุมทิวสนจนกลายเป็นวิวสุดงดงาม และยังมีจักรยานให้ปั่นดื่มด่ำอากาศบริสุทธิ์, เดินศึกษาป่าสน หรือคลุกคลีไมตรีจิตจากชาวบ้านปากะญอได้ตามอัธยาศัย




ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ป่ามีสีสันสวยงามที่สุด
ที่นี่มีเส้นทางปั่นจักรยานที่สวยมาก ใครมียกใส่รถไปได้เลย









แหล่งทีมา: www.tourismthailand.org/dreamdestinations
แหล่งที่มา: http://travel.mthai.com/blog/77471.html

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สีสันหมู่เกาะแฟโร ในแอตแลนติกเหนือ

        หมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) บางคนอาจได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก และไม่รู้ด้วยว่ามันอยู่ส่วนไหนของแผ่นที่โลก หรือบางคนได้ยินคุ้นหูจากการติดตามดูบอลยุโรป หมู่เกาะแฟโร เป็นประเทศในกลุ่มเกาะจำนวน 18 เกาะ ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างสกอตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ หมู่เกาะแฟโรเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 โดยมีสถานภาพเหมือนกับกรีนแลนด์ มีอำนาจในการปกครองตนเองทุกด้าน ยกเว้นด้านการต่างประเทศและการทหาร ไม่มีกองทัพป้องกันตนเอง มีแต่เพียงหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งเท่านั้น
มีพื้นที่ประมาณ 1,399 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลยาวรวม 1,117 กิโลเมตร ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศใดๆ ในบรรดา 18 เกาะ มีเกาะเดียวของหมู่เกาะแฟโรที่ไม่มีคนอาศัยอยู่คือเกาะ Lítla Dímun
       


      หมู่เกาะแฟโร มีความหมายว่า เกาะแห่งแกะมีภาษาของตัวเองคือ ภาษาแฟโรแต่ภาษาราชการจะใช้เดนมาร์กควบด้วย มีสกุลเงินเป็นของตัวเองคือ โครนาแฟโรและมีเมืองหลวงคือเมือง ทอร์สเฮาน์มีระบอบกษัตริย์ และมีนายกรัฐมนตรีบริหารกิจการบ้านเมือง

      เนื่องด้วยภูมิประเทศที่แตกต่าง ทำให้หมู่เกาะแฟโรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงาม หากดูภาพรวมจะพบว่าในแต่ละเกาะมีทั้งหุบเขา หน้าผาสูงชันทั้งที่ดิ่งลงทะเล และลาดเอียงเป็นแนวเนิน จะพบว่าประชาชนทั่วไปจะสร้างอาคารที่พักอาศัยตามริมน้ำ มีอาชีพหลักเป็นประมง และตามเนินทุ่งหญ้าก็มีไว้ทำปศุสัตว์ที่เลื่องชื่อก็คือการเลี้ยงแกะนั่นเอง

แหล่งที่มา: http://travel.mthai.com/world-travel/94070.html
ขอบคุณข้อมูลและภาพ : wiki / pichappy / amusingplanet.com / www.theatlantic.com

Atlantic Ocean Road ถนนวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


Atlantic Ocean Road  มีความยาวทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตรสร้างทอดยาวไปตามเกาะแก่งต่างๆ ของนอร์เวย์ และในความสวยงามย่อมมีอะไรซ่อนอยู่ นั่นก็คือความอันตรายของเส้นทางที่สูงชันสลับคดเคี้ยว และเมื่ออยู่ในภาวะที่มีพายุ มันเป็นอะไรที่น่าทึ่งและหวาดเสียวจริงๆ


Storseisundet  คือจุดที่สูงและสวยที่สุด เป็นสะพานที่มีเส้นโค้งอย่างน่าทึ่งและสวยงาม มุมมองดูเป็นศิลปะยิ่งนัก เป็นเทคนิคของการก่อสร้างสะพานที่น่าประทับใจจริง ๆ หากใครมีโอกาสไปเที่ยวนอร์เวย์ 


แหล่งที่มา : Wikipedia , SinthornVista , My Freedom
ขอบคุณรูปภาพจาก : facebook.com/FreedomAlbum, travelhunch.com, funmozar.com, reddit.com ,traveljunkiediary.com

เวนิส เมืองแห่งสายน้ำ มนต์เสน่ห์ อิตาลี

เวนิส หรือ เวเนเซีย จุดหมายปลางทางสุดโรแมนติก แห่งแคว้นเวเนโต ประเทศ อิตาลี ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวน 118 เกาะ เข้าด้วยกันในบริเวณ ทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริกในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ด้วยความสวยงามและความน่าอยู่ของบ้านเมืองทำให้ เวนิส เป็นสถานที่ซึ่งได้รับฉายามากมาย ตั้งแต่ เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน เมืองแห่งแสงสว่าง ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก และที่สำคัญ ยูเนสโก ยกให้ เวนิส เป็นหนึ่งในเมือง มรดโลก
แหล่งที่มา: http://travel.truelife.com/detail/41481

เมือง เวนิส มีประชากรอาศัยอยู่ราว 272,000 คน ซึ่งนับรวมหมดทั้ง เวนิส แบ่งเป็น 62,000 คน บริเวณเมืองเก่า 176,000 คน ที่เทอร์ราเฟอร์มา และ 31,000 คนตามเกาะอื่นๆ ในทะเลสาบ


ลำคลอง เรือกอนโดลา มหาวิหารซานมาร์โค (St.Mark’s Basilica) ถือเป็นสัญลักษณ์แห่ง เวนิส เมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด ที่อยู่อาศัยก็ปลูกสร้างลัดเลาะตามสายน้ำ เดินทางโดยเรือบริการไปยังที่ต่างๆ ชมทิวทัศน์ธรรมชาติ 2 ฝั่งคลอง นับเป็นเมืองหนึ่งที่มีคลองมากกว่าถนน

ในแวดวงวรรณกรรม เวนิส เป็นที่รู้จักจาก เรื่อง พ่อค้าแห่งเวนิส บทประพันธ์ของ วิลเลียม เชคสเปียร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำมาประพันธ์เป็นบทละครชื่อ เวนิสวานิช แต่บทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงก้องโลกที่สุด คือ Romeo and Juliet เชื่อกันว่า เวนิส เป็นถิ่นกำเนิดของทั้งคู่ ทั้งเส้นทางแห่งสายน้ำ สถาปัตยกรรมอันคลาสสิก กอปรกับตำนานรักอมตะ ส่งเสริมให้ เวนิส เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โรแมนติกที่สุดในโลก

แหล่งที่มา: http://travel.mthai.com/world-travel/32088.html 
แหล่งทีมา: destinationtour.blogspot.com

หมู่บ้านฮอบบิตัน ท่องมิดเดิลเอิร์ธที่นิวซีแลนด์

แหล่งที่มา www.hobbitontours.com  และ เฟซบุ๊ก Hobbiton Movie Set


ฮอบบิตัน (Hobbiton)  หากคุณมีโอกาสไปเยือนประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) ดินแดนแห่งการท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามว่า ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาวและยังเป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศอื่นๆมากที่สุดในโลก ขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดไปเยือน เมืองมาทามาทา” (Matamata) คือเมืองชนบทเล็กๆที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาไคไม (Kaimai Ranges) ในเขตไวกาโต้ (Waikato) บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์


      โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองถูกรายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าและฟาร์ม โดยเฉพาะฟาร์มที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมืองชื่อว่า บ้านฮอบบิท” ( Hobbit holes) สถานที่หลักสำหรับถ่ายทำฉากภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงจำนวนหลายเรื่อง เช่น ปีเตอร์แจ็คสัน ( Peter Jackson) , ภาพยนตร์ไตรภาคเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ( Lord of the Rings film trilogy) ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ตัดสินใจปรับให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมือง ซึ่งสามารถสังเกตุได้จากป้ายบนถนนสายหลักว่า ยินดีต้อนรับสู่ฮอบบิตัน” (Welcome to Hobbiton)
แหล่งที่มา www.hobbitontours.com  และ เฟซบุ๊ก Hobbiton Movie Set

 เป็นหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของ แบ๊กเอนด์ อันเป็นเนินสูงอยู่เหนือเขตแบ๊กช็อตโรว์ เป็นที่อยู่ของบิลโบ แบ๊กกิ้นส์ โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ และ แซมไวส์ แกมจี ที่นี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายของการผจญภัยในนิยายเรื่อง เดอะฮอบบิท และ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์
แหล่งที่มา www.hobbitontours.com  และ เฟซบุ๊ก Hobbiton Movie Set

แหล่งที่มา www.hobbitontours.com  และ เฟซบุ๊ก Hobbiton Movie Set


แหล่งที่มา: https://nongplarpapern.wordpress.com/name4-hobbiton-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C/

อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า Three Natural Bridges ภูผาอัศจรรย์ ณ เมืองอู่หลง

         อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ 天生三橋 (เทียนเชิงซ่านเฉียว) มรดกโลกทางธรรมชาติที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่เมืองอู่หลง นครฉงชิ่ง ประเทศจีน เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดเป็นบ่อหลุมขนาดใหญ่ที่ลึกประมาณ 300-500 เมตร และมีบางส่วนเป็นโพรงทะลุเหมือนกับสะพานทอดข้ามระหว่างภูเขา 

         การลงไปหลุมฟ้าจะต้องลงลิฟท์แก้วริมผา ความสูงกว่า 80 เมตร ซึ่งหลังจากที่ลงมาแล้วก็ต้องเดินเท้าไปตามทาง ระหว่างทางเดินนี้จะมีจุดน่าสนใจอีกอย่างคือ โรงเตี๊ยมเก่าแก่ ซึ่งเดิมเป็นจุดแวะพักของคนเดินทางในสมัยก่อน ตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) เนื่องจากหุบเขานี้เป็นเส้นทางลัดจากเสฉวนไปยังเหอหนาน


       อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า จะมีจุดที่ถูกเรียกว่าสะพานสวรรค์อยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ 

1.Tianlong Bridge (天龙桥) เป็นสะพานที่อยู่ใกล้กับโรงเตี๊ยมโบราณ ความสูง 235 เมตร มีลักษณะเป็นโพรงทะลุ ใกล้ๆ กับผนังถ้ำมีการแกะสลักลวดลายมังกรสวยงาม

2.Qinglong Bridge (青龙桥) ลักษณะเป็นโพรงยาว มีลำธารเล็กไหลผ่าน ความสูง 281 เมตร

3.Heilong Bridge (黑龙桥) สะพานสุดท้ายอยู่ในส่วนที่แคบที่สุดจึงทำให้มีความมืดทึบ ความสูง 223 เมตร

        นอกจากนั้นแล้วยังมีน้ำตกหุบผาสวรรค์ น้ำตกสายน้อยใหญ่ที่ไหลลงมาจากรอยแยกหุบเขา ตามรอยเลื่อนของเปลีอกโลกที่แยกออกจากกัน ลงมาบรรจบที่เบื้องล่างเป็นบึงมรกตสีสวย
ด้วยความงาม และน่าตื่นตาตื่นใจนี้เอง จึงทำให้ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ฟอร์มยักษ์ เช่น Curse of Golden Flower, Transformer 4

happystock/Shutterstock.com

แหล่งที่มา: http://travel.truelife.com/detail/41751

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อุโมงค์ลาวา ช่องทางมหัศจรรย์ ณ เกาะภูเขาไฟเชจู


http://images.thaiza.com/52/52_20161031153044..jpg
แหล่งที่มา: http://images.thaiza.com/52/52_20161031153044..jpg
     เกาะภูเขาไฟเชจู  ตั้งอยู่ห่างจากตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีใต้ประมาณ 130 กิโลเมตร เป็นเกาที่ใหญ่ที่สุด มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ และยังได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีความพิเศษที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมา นั่นก็คือ “อุโมงค์ลาวา” (Manjanggul Lava Tube) ทางผ่านของเหล่าลาวาและแม็กมาภูเขาไฟ ได้ก่อให้เกิดช่องทางอุโมงค์ทรงกลวงเกิดขึ้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิทยาศษสตร์ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในจังหวัด
     สิ่งที่น่าประทับใจของภูเขาไฟแห่งนี้คือระบบท่อทางธรณีวิทยาจากธรรมชาติ ต้นกำเนิดเกิดจากการไหลของลาวาบะซอลต์ เมื่อเกิดการปะทุของภูเขาไฟ ในช่วงเวลา 300-200,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งภูเขาไฟมีความสูงประมาณ 456 เมตร โดยลาวาไหลลงสู่ชายฝั่งห่างออกไปประมาณ 13 กิโลเมตร ขณะนั้นลาวาก็ได้ทำการกัดกร่อนและสร้างอุโมงค์ท่อดังกล่าวขึ้นเป็นหลายช่องทางอย่างซับซ้อน คล้ายกับอุโมงค์ท่อระบายน้ำ กลายเป็นระบบถ้ำตามธรรมชาติที่น่าสนใจ ทอดยาวกว่า 8,928 เมตร มีความสูงประมาณ 30 เมตร และกว้าง 23 เมตร

  
    
แหล่งที่มา: http://images.thaiza.com/52/52_201610311530442..jpg

       ภายในอุโมงค์หรือท่อยังประดับตกแต่งไปด้วยสีสันของคาร์บอเนตหลากหลายสี เช่นสีเขียวสีฟ้า ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และยังมีการก่อตัวของรูปทรงหินต่างๆทั้งหินงอกหินย้อย กี่เกิดขึ้นจากลาวาหล่อหลอมและแข็งตัวกลายเป็นรูปทรงสุดแปลก ดึดดูดให้ผู้คนเข้าไปเดินทางท่องเที่ยวและสำรวจความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 



แหล่งที่มา: http://www.ktc.co.th/ktcworld/Service/TravelGuide/Fantastic_Asia/Manjanggul_Lava_Tube/index.htm
เครดิต: amusingplanet.com